Tuesday, January 15, 2008

Parks and Noise

Noise Machine in Bangkok Park
The following is a cri de coeur from a Thai artist against noise in parks, or anywhere else!
จับใจ
ปานชลี สถิรศาสตร์ quietbangkok@hotmail.com
เสียงรกหู
เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนพาเพื่อนต่างชาติไปเที่ยวสวนหลวง ตั้งใจจะไปเดินดูสวนพฤกษชาติกันให้เพลิน ปรากฏว่าเสียงเพลงดังมากจนเดินไม่เป็นสุข ต้องวิ่งหากระดาษอุดหู ทนเดินสำรวจสวนที่มีเพลงลั่นด้วยความขุ่นใจ มีลำโพงอสุรกายตัวเขียวๆ ตั้งอยู่ที่พื้นเต็มสวน ไม่มีมุมไหนหลบเสียงได้
เพื่อนฝรั่งเคืองมาก ถามว่าทำไมสวนบ้านเราถึงดังเหมือนอยู่ในร้านเหล้า ผู้เขียนตอบว่า ผู้ว่าฯกทม. สุดรักของชาวกรุงคนนี้ คงจะไม่เคยไปเดินในสวนสาธารณะของใครอื่น ถึงไม่รู้ว่าสวนสาธารณะควรจะเงียบสงบ และท่านก็คงไม่มีเวลามาเดินดูสวนเอง ก็เลยไม่รู้ว่าลูกน้องของท่าน เปิดเพลงชวนปวดประสาท ฟังแล้วเจ็บหัวใจเหมือนถูกผึ้งต่อยได้ปานนี้
สมัยเป็นนักเรียน ผู้เขียนมักจะนัดเพื่อนๆ มาอ่านหนังสือในสวน สวนที่สงบเงียบ ทำให้มีสมาธิในการจดจำอย่างเอกอุ ทั้งเป็นขาประจำของการเดินออกกำลังในสวน หอบหนังสือไปอ่านเอางานไปนั่งทำเงียบๆ เสมอ แต่หลังจากมีความคิดวิปลาสเอาลำโพงไปตั้งในสวนกระจายเสียง จนอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ทำให้ไม่อยากไปอีก
ทุกครั้งที่เดินทางไปต่างแดน ผู้เขียนจะต้องหาโอกาสไปเดินชมสวนก่อน สวนในยุโรปมักร่มรื่น สงบเงียบสุดแสน เหมือนเดินในวิมานแมน การทำสวนให้เงียบเป็นที่หย่อนใจสำหรับประชาชน เป็นสิ่งที่ผู้ว่าการของเมืองต่างๆ มีหน้าที่ต้องส่งเสริมเป็นลำดับต้นๆ เพิ่งไปเยือนสวนชาวอินโดฯ และสวนชาวอินเดียมา หลายแห่งเหมือนเดินในป่า สวนญี่ปุ่นให้เคารพต่อความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ การจัดสวนมีสุนทรียภาพเลิศล้ำ ให้ความชุ่มชื่นทั้งตาทั้งใจ วัดหลายแห่งมีสวนขนาดใหญ่ที่เงียบสงบอัศจรรย์ เวลาไปเดินแล้วรู้สึกจับใจจริงๆ แทบไม่อยากกลับ
หันมาดูสวนสาธารณะของเรา กระจายเสียงตั้งแต่เปิดสวน ติดลำโพงถี่ยิบ ส่งเสียงติดตามผู้ชมสวนไปทุกแห่งหน เป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญและรกหูจนเหลือรับ ราวกับคนกรุงนั้นไม่เคยมีวิทยุที่บ้าน เปิดเพลงชาติดังจนปวดแก้วหู แถมเปิดเพลงรายการที่ดีเจพูดจาเจื้อยแจ้วเหมือนนกแก้ว เหมือนมีคนเดินตามตะโกนใส่หูทุกย่างก้าว
การยัดเยียดให้ฟังเพลง และข่าวสารบ้านเมืองเวลาออกกำลัง หรือเดินพักผ่อน ดูเหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่ยึดถือกัน จนเป็นธรรมเนียมไปแล้วทุกมุมเมือง ทั้งในสวนและศูนย์สุขภาพ การฟังเพลงตลอดเวลานี้ นับเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในทางมัชฌิมาปทา เป็นสิ่งที่ควรจะต้องคัดค้านกันให้แข็งขัน สวนสาธารณะนั้น ควรจะเป็นสถานที่ส่งเสริมให้สงบเงียบที่สุด เพื่อฝึกฝังให้เกิดความรักความงามสงบของธรรมชาติแก่เยาวชนด้วย
คนเราควรจะได้พักหูอยู่เงียบๆ กันให้มาก แม้ว่าเสียงไม่ดังนัก แต่ได้ยินนานๆ ก็ก่อความเครียด ทำให้ร่างกายหลั่งสารพิษเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้าย ประสาทตึงเครียด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจถามหา ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ขาดสมาธิที่จะคิดอ่านอะไรให้สร้างสรรค์ การออกกำลังโดยใช้เสียงเพลงที่มีลำโพงดังตูมตามในสวน ก็ผิดสุขอนามัย เสียงกระหึ่มเช่นนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้หูพัง ยังทำร้ายปอดและหัวใจด้วย หญิงมีครรภ์ฟังเสียงดังนานๆ ก็ทำให้ทารกพิการได้ มีการวิจัยมาแล้ว คนที่ต้องฟังเพลงอยู่ตลอดเวลา ราวกับว่า โลกนี้จะขาดเพลงไม่ได้ แปลว่าขี้เหงา จิตใจขาดความมั่นคง บ้านเมืองเราเต็มไปด้วยคนแบบนี้มากๆ ต้องนับว่าเป็นกลียุค
การพักผ่อนสมองที่ดีที่สุดคือ การได้พักสายตา ดูต้นไม้เขียวๆ ฟังเสียงธรรมชาติที่ไม่ระคายหู การเดินในสวนที่เงียบสงบ จึงจะซึมซับความงามของต้นไม้ได้เต็มที่ ในทางธรรมความเงียบเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญอย่างยิ่ง นักปราชญ์ราชบัณฑิตทุกชาติล้วนให้คุณค่าความเงียบ เราจึงควรชักชวนเยาวชน ให้มารู้จักความมหัศจรรย์ของความสงบเงียบกันเข้าไว้
เห็นสวนสาธารณะของบ้านเมืองคนอื่นแล้ว ทั้งน่าชื่นชมและชื่นใจ แต่สวนของเราช่างเป็นสวนที่ครึกโครมเหมือนตลาดนัด ลำโพงในสวน โปรดเอาออกเสียเถิดท่านผู้ว่าฯ มีแต่ทำให้ขึ้งเคียด รำคาญ เพิ่มปริมาณคนหูตึงเข้าไปกันใหญ่ ทุกวันนี้หาที่พักผ่อนเงียบๆ ก็ไม่มี ไม่รู้จะหลบไปอยู่มุมไหน จะทำให้คนเป็นบ้ากันมากขึ้น
ได้ยินว่ามีคนร้องทุกข์เรื่องเสียงดังกันมาก แต่ผู้ว่าฯ กทม. ไม่ยักได้ยิน ถ้าผู้อ่านคนใดทำงานอยู่ที่เดียวกับท่าน ฝากบอกให้ท่านไปตรวจหูเสียงบ้าง สงสัยว่าท่านเองก็หูตึงเหมือนกัน
Protests have now become an avalanche. This abuse must stop

1 Comments:

Anonymous Anonymous said...

ช่วงนี้ผู้สมัครผู้ว่าฯเค้าหาเสียงกันอยู่ครับ พอจะมีทางไหนที่จะให้เค้าหยิบยกเรื่องเสียงไปเป็นนโยบายได้บ้างมั้ยครับ?

9:34:00 a.m.  

Post a Comment

Links to this post:

Create a Link

<< Home